บทที่ 3 บทที่3
(ชุนเหอ)
เฮียเซนต์บอกว่าเป็นห้องของเฮียงั้นเหรอ แสดงว่าคืนนี้ผมก็ต้องนอนกับเฮียนะสิ ไม่นะ!
"เฮีย ทำไมเราไม่นอนแยกห้อง เฮียก็รู้ว่าเราแต่งกันในนามนี่นา"
"ทำไมต้องแยก แล้วใครบอกว่าแต่งในนาม เธอไม่ได้ยินป๊าเธอบอกหรือไงว่ายกเธอให้ฉันแทนพี่ชาย ดังนั้นเราก็คือสามีกันตามกฎหมาย ทะเบียนก็จดไปแล้วนิ"
คนที่พูดก็ยังคงนอนราบแผ่นหลังแนบสนิทกับที่นอนกว้าง ส่วนผมนะเหรอไม่กล้าแม้ก้าวเท้าไป ใช่ครับ ที่เฮียเซนต์พูดเป็นเรื่องจริง แต่อย่างนั้นก็น่าจะให้ผมได้เตรียมใจสักหน่อย ไม่ใช่จะมามัดมือชกแบบนี้ ผมไม่ยอมแน่
"ก็ได้!" ผมเชิดหน้าโพล่งเสียงเหมือนจะมั่นใจ จากนั้นก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้วพูดขึ้นอีกครั้ง
"เรานอนห้องเดียวกันก็ได้ แต่...โบโบ้ต้องนอนตรงกลาง และอีกอย่างนะ ชุนยังไม่พร้อมที่จะเอาเฮียทำผัว"
ผมตัดสินใจพูดไปแบบนั้น จากนั้นเฮียเซนต์ก็ลุงพรวดขึ้นนั่ง สายตาพร้อมใบหน้าที่ดุดันหันมาทางผม จนผมต้องถอยไปหนึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก แล้วเฮียก็พูดขึ้น
"อย่าสำคัญตัวสิ ฉันก็ไม่อยากได้เธอมาทำเมีย เพราะเหตุบังเอิญหรอกนะที่จำยอม อีกอย่างวันนี้ฉันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เหนื่อยทั้งวัน"
พูดจบเฮียก็ล้มตัวนอนราบตามเดิม เขาคงจะพร้อมกับการนอนเต็มที่ อย่างว่านั่นแหละเพราะตอนนี้เฮียน่าจะอาบน้ำแล้วเพราะชุดที่เขาสวมใส่มันเป็นชุดคลุมนอน
ผมต้องชั่งใจแล้วเดินเข้าไปอีกครั้ง ในเมื่อเขาพูดชัดขนาดนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรอกจริงไหม ผมยกเข่าคลานขึ้นเตียง จัดการแทรกร่างของโบโบ้ลงตรงกลางอย่างไม่รอช้า ดึงผ้าห่มมาห่มร่างให้น้อง ผมกลัวน้องหนาว อากาศมันเย็น จนเฮียที่หลับตาอยู่ ต้องลืมตาตื่นขึ้น
"ทำอะไร"
"ไม่เห็นรึไงว่าเอาน้องนอนอยู่"
"มันเกะกะ เอาไปไว้ที่อื่น ฉันนอนไม่สบาย"
"ไม่ได้ จะนอนที่อื่นได้ยังไง โบโบ้นอนกับชุนมาตั้งแต่แม่เสีย เขาเป็นเพื่อนชุน เฮียนั่นแหละไปนอนที่อื่น"
ผมสบตาเฮียแค่แวบเดียว แวบเดียวจริงๆ ผมรู้ได้เลยว่าเฮียเซนต์ไม่พอใจ สีหน้าของเฮียเรียบเฉยก็จริงแต่แววตาดุชะมัด แต่ผมไม่สนหรอก เพราะโบโบ้มาก่อนเฮียยังไงก็ต้องให้นอนด้วย
หลังจากจัดการน้องแล้วผมก็ล้มตัวนอน แต่ความรู้สึกคือเตียงนอนมันเด้งขึ้นเล็กน้อย แล้วสิ่งที่ผมสัมผัสได้คือความว่างเปล่า ผมเอี่ยวหน้าไปมองเล็กน้อย เห็นเฮียเซนต์หอบหมอนไปนอนที่โซฟามุมห้อง สรุปผมชนะเฮียในแมทแรกครับ
รุ่งเช้า
"กี่โมงแล้วเนี่ย ทำไมไม่มีคนมาปลุก อามี่ อยู่ไหนจะไปเรียนไม่ทันแล้ว"
ผมโพล่งเสียงเรียกพี่เลี้ยงส่วนตัวที่คอยช่วยผมแต่งตัวในทุกๆเช้า มืออีกข้างก็ยกมาขยี้ตาเบาๆ ความรู้สึกเหมือนมันจะสายจริงๆ แต่สมองกับฉุกคิดได้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้าน ผมลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ มองไปที่โซฟาที่เฮียเคยนอน แต่ปรากฏว่าไร้เงา
"เฮียไปไหนเนี่ย"
ผมถามตัวเองทันที ทำไมบ้านนี้ไม่มีคนมาปลุก แล้วคนรับใช้เขาไปไหนหมด ผมไม่รอช้าที่จะคว้าโบโบ้มากอดแล้วเดินลงมาจากห้อง พร้อมชุดที่ผมสวมใส่มาจากบ้านเมื่อวาน เสื้อยืดแล้วก็กางเกงขายาว แต่ว่าผมอาบน้ำมาจากบ้านแล้วนะ
ผมลืมบอกว่าบ้านเฮียเซนต์มีสามชั้น ลักษณะบ้านเป็นบันไดวน มีระเบียงชั้นสองกับชั้นสามที่ส่องลงมาเห็นห้องโถ่งชั้นหนึ่ง แต่ห้องเฮียอยู่ชั้นสอง
เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็กวาดสายตาหาเฮีย บ้านออกจะหลังใหญ่คนใช้หายไปไหนหมด
"เฮียเซนต์!!!" ผมตะโกนชื่อเฮียจนเสียงมันกึกก้อง เชื่อไหมครับว่าสิ่งที่ตามมาคืออะไร บอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างนอกวิ่งกรูเข้ามานับสิบ พร้อมกระชับปืนแน่น จนผมชะงักตกใจไปเล็กน้อย พร้อมการกลืนน้ำลายครั้งใหญ่
"คุณหนูสามเป็นอะไรครับ" หนึ่งในนั้นถามผม
"หาเฮียเซนต์ไม่เจอ" ผมตอบเสียงอ่อย
พวกนั้นเหมือนจะถอนหายใจ จากนั้นก็มีคนพาผมเดินมาที่ห้องอาหารสุดหรู แต่มีเฮียนั่งทานอย่างสบายใจคนเดียว
"ตะโกนอะไรโหวกเหวกโวยวาย เสียงดังชะมัด" พูดไปพร้อมตักแยมมาปาดหน้าขนมปัง สายตาก็ไม่มองผมนะ
"ทำไมไม่มีคนไปปลุกชุน ชุนต้องไปเรียน คนช่วยแต่งตัวก็ไม่มี"
"อายุเท่าไหร่แล้ว แต่งเองไม่เป็นหรือไง รู้จักหน้าที่ตัวเองหน่อยสิ อีกอย่างเลิกได้เลิกนะอุ้มตุ๊กตาเนี่ย เหมือนเด็กปัญญาอ่อน"
"เฮีย! อย่ามาว่าชุนนะ อีกอย่างโบโบ้เป็นคนดีอย่างน้อยๆก็ไม่เคยว่าชุนสักครั้ง เฮียเห็นนี่ไหม" ผมชี้ไปที่ปากโบโบ้ให้เฮียได้เห็น เฮียเซนต์เหมือนจะสงสัยแล้วถามผม
"อะไร?"
"ปากหมีไง ไม่ใช่ปากหมา เชอะ!"
"....."
ผมพูดเท่านั้นก็เดินกลับขึ้นมาที่ห้อง แล้วรีบกดสายโทรหาป๊าทันที แล้วบ่นกับป๊าชุดใหญ่ สิ่งที่ป๊าตอบกลับมา
"ลื้อแต่งงานแล้ว ก็หัดเป็นผู้ใหญ่หน่อยสิ จะให้มีคนช่วยตลอดไม่ได้"
"เพราะป๊าให้ชุนแต่งหรอก ชุนถึงแต่ง ไม่รู้แหละอย่างน้อยป๊าต้องส่งอามี่มาให้ชุน มาอยู่กับชุน ไม่งั้นชุนจะกลับไปอยู่บ้าน"
ผมบ่นอยู่ชุดใหญ่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นมา เขาเคาะประตูอยู่สองครั้งก่อนที่จะเข้ามาข้างใน
"คุณชุนคะ คุณเซนต์ให้เราสองคนมาช่วยแต่งตัวค่ะ"
ผมรีบวางสายจากป๊าจากนั้นก็เดินตรงมาที่แม่บ้านสองคน แล้วพูดขึ้น
"งั้น ชุนไปอาบน้ำก่อน แล้วก็เตรียมเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ออกมา ชุดนักศึกษารู้จักหรือเปล่า"
"ค่ะ"
อย่างว่าผมพึ่งจะขึ้นปีหนึ่งได้ไม่ถึงอาทิตย์เลย อยู่ๆก็ให้แต่งงาน แถมสามีก็ห่างกันเป็นสิบปี เอาจริงๆนะ ผมไม่ชอบคนแก่ ผมรู้สึกว่าผมกับเฮียอายุห่างกันจนเกินไป เฮียเลยไม่เข้าใจผม อย่างว่าแหละเฮียจะไปเข้าใจอะไรวัยรุ่นก็เฮียแก่แล้วนิ
